ริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้าเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้นเสียความมั่นใจ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นผิวสูญเสียคอลลาเจน และมีการยุบตัวของโครงสร้างผิว หลายคนจึงเลือกฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย บทความนี้ Wandee Clinic วันดีคลินิก จะพาไปทำความเข้าใจว่าโบท็อกซ์สามารถช่วยลดริ้วรอยหรือร่องลึกได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงกรณีใดที่ควรทำหัตถการอื่นร่วมด้วย บอกเลยว่าห้ามพลาด

โบท็อกซ์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
โบท็อกซ์เป็นหัตถการที่จะช่วยปรับการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อซ้ำๆ เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยก็จะดูตื้นลงและใบหน้าดูผ่อนเป็นธรรมชาติมากขึ้น
โดยทั่วไปโบท็อกซ์มักใช้เพื่อลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว และรอยหางตา นอกจากนี้ยังช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อให้หน้าดูเรียวขึ้น ในบางกรณียังถูกใช้เพื่อลดเหงื่อออกมากผิดปกติ เช่น บริเวณรักแร้หรือฝ่ามือได้ด้วย
ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์
- ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนฉีด เพื่อดูปัญหาและตำแหน่งที่เหมาะสม
- เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และใช้โบท็อกซ์ที่ผ่านการรับรอง
- แจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ หรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนทำ
- ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือยาบางชนิด ที่ทำให้เลือดหยุดยากก่อนฉีด
- เข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่ถาวร โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน
- หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองในไม่กี่วัน
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
ริ้วรอยตื้น vs ร่องลึก ต่างกันยังไง
|
ริ้วรอยตื้น |
ร่องลึก |
|
เป็นรอยเส้นเล็กๆ บนผิว มักเห็นชัดเวลาแสดงสีหน้า |
เป็นรอยลึกหรือร่องที่เห็นชัดแม้ไม่ได้ขยับหน้า |
|
มักเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อซ้ำๆ เช่น ยิ้ม ยกคิ้ว หรือขมวดคิ้ว |
มักเกิดจากการยุบตัวของผิว คอลลาเจนลดลง หรือโครงสร้างผิวเปลี่ยนไป |
|
ตัวอย่าง เช่น รอยหน้าผาก รอยหางตา รอยขมวดคิ้ว |
ตัวอย่าง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตาลึก หรือขมับตอบ |
|
เวลาพักหน้าเฉย ๆ รอยอาจดูจางลงหรือแทบไม่เห็น |
เห็นเป็นร่องอยู่ตลอด แม้ไม่แสดงสีหน้า |
|
มักตอบสนองดีกับการฉีดโบท็อกซ์ |
มักแก้ไขด้วยการเติมเต็ม เช่น ฟิลเลอร์ |
โบท็อกเหมาะกับกลุ่มไหน
- คนที่มีริ้วรอยบนใบหน้า
เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หางตา หรือรอยขมวดคิ้ว ที่ต้องการให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น
- คนที่ต้องการปรับรูปหน้า
เช่น ลดกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงโดยไม่ต้องผ่าตัด
- คนที่มีปัญหากล้ามเนื้อใบหน้าทำงานมากเกินไป
เช่น ขมวดคิ้วบ่อย ยิ้มแล้วเกิดริ้วรอยชัด
- คนที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ
เช่น เหงื่อออกที่รักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า ซึ่งโบท็อกสามารถช่วยลดเหงื่อได้
- คนที่ต้องการดูแลตัวเองและเสริมความมั่นใจ
โดยเลือกวิธีที่ไม่ต้องพักฟื้นนานและเห็นผลค่อนข้างเร็ว
กรณีที่ควรทำร่วมกับฟิลเลอร์ / เลเซอร์
- ผู้ที่มีทั้งริ้วรอยและผิวหน้าหย่อนคล้อย
การทำโบท็อกอย่างเดียวอาจช่วยลดการขยับของกล้ามเนื้อได้ แต่ถ้ามีร่องลึกหรือผิวที่ยุบตัว การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มให้ผิวดูเรียบและอิ่มขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึกหรือร่องชัดบนใบหน้า
เช่น ร่องแก้ม หรือใต้ตาลึก โบท็อกช่วยลดการเกิดริ้วรอยใหม่ ส่วนฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึก ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูดีขึ้น
การทำเลเซอร์สามารถช่วยปรับสภาพผิว ลดจุดด่างดำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อทำร่วมกับโบท็อกจะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ
การใช้หลายวิธีร่วมกันช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน ทั้งเรื่องริ้วรอย โครงหน้า และคุณภาพผิว ทำให้ผลลัพธ์โดยรวมดูดีและชัดเจนมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าแบบครบด้าน
การทำโบท็อกร่วมกับฟิลเลอร์หรือเลเซอร์อาจช่วยเสริมผลลัพธ์ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน และช่วยให้ผิวหน้าดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว
การวางแผนรักษาแบบเป็นขั้น
การดูแลหรือแก้ปัญหาผิวหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มักไม่ได้ทำเพียงขั้นตอนเดียวแล้วจบ แต่ควรวางแผนเป็นลำดับ เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดและค่อยๆ ปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ประเมินปัญหาผิวก่อนเริ่มรักษา
ควรดูสภาพผิวและโครงหน้าก่อนว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น ริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือปัญหาสีผิว เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
- เริ่มแก้ปัญหาหลักก่อน
หากมีริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ มักเริ่มด้วยโบท็อกเพื่อลดการเกิดรอยเพิ่ม แต่ถ้ามีร่องลึกหรือส่วนที่ยุบตัว อาจต้องเติมฟิลเลอร์เพื่อปรับโครงหน้าให้ดูสมดุลขึ้น
- เสริมด้วยการฟื้นฟูสภาพผิว
หลังจากปรับโครงหน้าแล้ว อาจใช้เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ช่วยปรับคุณภาพผิว เช่น ลดจุดด่างดำ กระชับผิว หรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ติดตามผลและปรับแผนการรักษา
เมื่อทำไปแล้วควรประเมินผลลัพธ์เป็นระยะ หากยังมีจุดที่ต้องปรับแก้ สามารถวางแผนเพิ่มเติมให้เหมาะกับสภาพผิวในช่วงนั้น
ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกซ์
หลังฉีดโบท็อกซ์ ร่างกายต้องใช้เวลาให้ตัวยากระจายตัวและออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ ดังนั้นในช่วงแรกควรดูแลตัวเองให้เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังฉีด
ควรรอประมาณ 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปยังตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องการ
- งดการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด
การกดแรงๆ อาจทำให้โบท็อกซ์เคลื่อนตำแหน่ง ส่งผลให้การออกฤทธิ์ไม่ตรงจุด
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง
เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการตากแดดจัด เพราะความร้อนอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
- งดออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
ควรพักอย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดการไหลเวียนเลือดที่มากเกินไปบริเวณที่ฉีด
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ควรหลีกเลี่ยงประมาณ 24 ชั่วโมง เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำได้
- หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ทันที
ควรรอให้โบท็อกซ์เข้าที่ก่อน แล้วค่อยทำหัตถการอื่นตามคำแนะนำของแพทย์
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์
– ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและวางตำแหน่งถูกต้อง ใบหน้าจะยังดูเป็นธรรมชาติอยู่ เพียงแค่ริ้วรอยลดลง ไม่ได้ทำให้หน้าดูแข็งหรือขยับไม่ได้ทั้งหมด
– ในบางบริเวณสามารถช่วยให้หน้าดูยกขึ้นได้ เช่น บริเวณหางคิ้วหรือกรอบหน้า เพราะเมื่อกล้ามเนื้อบางส่วนคลายตัว สมดุลของกล้ามเนื้อบนใบหน้าจะเปลี่ยน ทำให้ดูยกขึ้นเล็กน้อย
– ส่วนใหญ่แพทย์มักเริ่มจากจุดที่เห็นการขยับของกล้ามเนื้อชัด เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือหางตา เพราะเป็นตำแหน่งที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายจากการแสดงสีหน้า
– โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปตำแหน่งอื่น
– ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วงประมาณ 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ตัวยาอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดได้ดีที่สุด
– ได้ในบางตำแหน่ง เช่น กล้ามเนื้อกรามหรือกล้ามเนื้อน่อง เพราะเมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลง ขนาดของกล้ามเนื้ออาจค่อยๆ เล็กลงตามเวลา
สรุป หัตถการที่ควรทำร่วมกับโบท็อก
โบท็อกซ์เหมาะสำหรับการลดริ้วรอย และช่วยให้ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น แต่หากเป็นร่องลึกที่เกิดจากการยุบตัวของผิว การทำหัตถการโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ในหลายกรณีจึงมักต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น ฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ เพื่อช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น
ดังนั้นการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสาเหตุของปัญหาผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์มากที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินถึงปัญหาก่อนทุกครั้งที่จะตัดสินใจทำ และควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน อย่าง Wandee Clinic คลินิกความงาม ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ออกมาสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
สาขาของวันดีคลินิก คลินิกความงาม
เลือกสาขาที่สะดวก แล้วทักเพื่อจองคิว/สอบถามบริการได้เลย เราพร้อมดูแลและให้บริการความงาม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
Wandee Clinic ขอนแก่น (หอกาญ)
193 70-71 ถ. กัลปพฤกษ์ ในเมือง เมือง ขอนแก่น 40000
Wandee Clinic อุดรธานี
75/20-21 ถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง เทศบาลนครอุดรธานี 41000
Wandee Clinic พัทยา (ชลบุรี)
หมู่ที่ 12 315/300-301 อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20150
Wandee Clinic โคราช
1119/8 ถ. สุรนารายณ์ ตำบล บ้านเกาะ นครราชสีมา
Wandee Clinic ร้อยเอ็ด
469 ถ. ผดุงพานิช ตำบล ในเมือง เมือง ร้อยเอ็ด 45000
Wandee Clinic นครพนม
295 297 ถนนนิตโย ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000
Wandee Clinic สกลนคร
79/5 ถนน สกลทวาปี ตำบล ดงมะไฟ เมือง สกลนคร 47000
